สูตรบาคาร่า 1-3-2-6 เป็นอีกสูตรหนึ่งที่ใช้พื้นฐานการเดินเงินแบบ Positive Progression โดยเป็นการ “เพิ่มเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม” โดยจะคล้ายกับสูตรบาคาร่าพาโรลี ที่เน้นการเล่นให้จบรอบ ทั้งนี้เพื่อช่วยลดความเสี่ยงการเสียเงินเดิมพันจำนวนมากและช่วยควบคุมระบบการเล่น

หลักการของสูตร 1-3-2-6 คือผู้เล่นจะต้องเล่นให้ครบทั้ง 4 รอบ จึงจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์ตามสูตร หากแพ้ในขั้นเกมใดเกมหนึ่ง ผู้เล่นจะต้องกลับมาเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น โดยผู้เล่นสามารถกำหนดเงินเดิมพันต่อหนึ่งหน่วยเพื่อนำไปใส่ในสูตร เช่น 1 หน่วย=100 ก็จะได้เงินเดิมพันออกมาดังนี้ 100-300-200-600

รอบที่เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
11100ชนะ100
2300ชนะ400
3200ชนะ600
 4600ชนะ1,200

ตารางข้างต้นแสดงถึงการเล่นครบรอบอย่างสมบูรณ์ของสูตรบาคาร่า 1-3-2-6 ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นได้กำไรถึง 1,200 บาท แต่ถ้าแพ้ในเกมแรก ผู้เล่นจะขาดทุน 100 หากชนะในเกมที่ 1 แต่แพ้ในเกมที่ 2 จะขาดทุน 200 และหากชนะ 3 เกมแรก แต่แพ้ในเกมที่ 4 ถือว่าเท่าทุน ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่ากลยุทธ์นี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียเงินเดิมพัน แต่ช่วยให้นักพนันทำกำไรไปในตัวด้วย

สูตรบาคาร่าพาโรลี (The Paroli) ใช้หลักการเดินเงินขั้นพื้นฐาน Positive Progressive โดยจะ “เพิ่มเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม” สูตรพาโรลีสามารถนำมาใช้ได้กับบาคาร่า รูเล็ต โปกเกอร์ แบล็คแจ็ค และอื่น ๆ ที่มีอัตราการได้เสียแบบ 50:50

หลักการของสูตรบาคาร่าพาโรลีคือูผู้เล่นจะต้องชนะเกมทั้ง 3 เกมใน 1 รอบ หากชนะไม่ครบทั้ง 3 เกมจะถือว่ายังไม่ครบรอบ และผู้เล่นจะต้องเพิ่มเงินเดิมพันเป็นสองเท่าในเกมถัดไปหากชนะเกม และหากแพ้เกมให้กลับมาเล่นที่จำนวนเงินเดิมพันที่วางในเกมแรก

ตัวอย่างที่ 1 เกมที่ 1 วางเงินเดิมพัน 100 บาท ชนะ เกมที่ 2 เดิมพันที่ 200 บาท ชนะอีก เกมที่ 3 ก็ให้เดิมพันที่ 400 บาท ชนะอีก เป็นอันจบรอบ ทำให้ได้กำไรถึง 700 บาทเลยทีเดียว สามารถดูตารางเพื่อความเข้าใจง่ายขึ้น

รอบที่เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
11100ชนะ100
2200ชนะ300
3400ชนะ700

ตัวอย่างที่ 2 เกมที่ 1 วางเงินเดิมพัน 100 บาท แพ้ เกมที่ 2 เดิมพันที่ 100 บาทเหมือนเดิม แพ้อีก เกมที่ 3 ก็ให้เดิมพันที่ 100 บาทจนกว่าจะชนะถึงจะเพิ่มเงินเดิมพัน

รอบที่เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
11100แพ้-100
2100แพ้-200
3100แพ้-300

จากตัวอย่างที่ 1 จะเห็นว่าหากชนะ 3 เกมติด ผู้เล่นจะได้กำไรในรอบนั้นถึง 700 บาทเลยทีเดียว แต่ในตัวอย่างที่ 2 หากแพ้ 3 เกมติด ผู้เล่นก็จะเสียเงินเดิมพันแค่ 300 บาทเท่านั้น แต่การจะนับรอบได้นั้น ผู้เล่นจะต้องชนะทั้งหมด 3 เกม เพราะถ้าแพ้ในเกมที่ 1, 2 หรือ 3 ผู้เล่นจะต้องกลับมาเดิมพันตั้งต้น ซึ่งจะไม่ครบรอบ 3 ดังนั้นสูตรบาคาร่าจะช่วยลดความเสี่ยงในการเสียเงินเดิมพันนั่นเอง

สูตรบาคาร่าออสการ์ กรินด์ (Oscar’s Grind) หรือรู้จักกันในชื่อ Hoyle’s Press เป็นอีกหนึ่งสูตรที่ใช้หลักการพื้นฐานของ Positive Progression โดยในภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสจะเรียกชื่อว่า Pluscoup Progression สูตรนี้นิยมใช้กับเกมพนันที่มีโอกาสแพ้ชนะเท่ากันหรือ 50:50 เช่น รูเล็ต แบล็คแจ็ค รวมถึงบาคาร่า เป้าหมายของสูตรบาคาร่าออสการ์ กรินด์ คือ การทำกำไร 1 หน่วยต่อรอบการเดิมพัน หากได้กำไรเท่ากับจำนวนดังกล่าว ให้หยุดเล่นทันที

แน่นอนตามหลักการของ Positive Progression ผู้เล่นจะต้อง “เพิ่มเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม และวางเงินเดิมพันเท่าเดิมหลังจากแพ้เกม” แต่ข้อจำกัดของสูตรนี้คือหากเพิ่มเงินเดิมพันแล้วได้กำไรมากกว่า 1 หน่วย ก็ให้วางเงินเดิมพันเท่าเดิม การเพิ่มเงินเดิมพันในแต่ละหน่วยนั้นจะช่วยทดแทนเงินเดิมพันที่เสียไป จนกระทั่งผู้เล่นได้กำไร 1 หน่วย จึงจะครบรอบการเดิมพัน หลังจากนั้นก็ไปเริ่มรอบใหม่ได้

ตัวอย่างตารางเพื่อให้เห็นภาพการวางเงินเดิมพันตามสูตรเดินเงินบาคาร่า Oscar’s Grind

เงินเดิมพัน (บาท)ผลกำไร
100แพ้-100
100แพ้-200
100ชนะ-100
200ชนะ100
เริ่มรอบใหม่ที่ 100  

สูตรบาคาร่าออสการ์ กรินด์ มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้เล่นได้กำไร แต่จะใช้เวลาช้ามากและจำกัดกำไรไว้เพียง 1 หน่วยต่อรอบเท่านั้น แต่ข้อดีคือความเสี่ยงต่ำมาก เหมาะกับผู้เล่นที่เน้นความเพลิดเพลินไม่เน้นกำไร

อีกหนึ่งสูตรที่ใช้พื้นฐานการเดินเงินแบบ Negative Progression หรือ “การเพิ่มเงินเดิมพันหลังจากแพ้เกม ลดเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม” ก็คือสูตรบาคาร่าฟีโบนัชชี (Fibonacci) แต่ตัวเลขของสูตรนี้จะมีการกำหนดตายตัว นั่นก็คือตัวเลขถัดไปจะต้องเท่ากับผลบวกของตัวเลขสองตัวก่อนหน้า ลำดับของตัวเลขของอนุกรมฟีโบนัชชีจะมีรูปแบบดังนี้ 0, 1, 1, 2, 3, 5, 8, 13, 21, 34, 55, 89, 144, 233…

ผู้เล่นสามารถเลือกตำแหน่งที่จะเดิมพันและแทนที่จำนวนเงินในแต่ละหน่วย เช่น 1 หน่วย = 100 หากเดิมพันด้วยเลข 2 เกมที่ 1 เดิมพันที่ 200 ผลคือแพ้ เกมที่ 2 เดิมพันที่ 300 หากแพ้อีก เกมที่ 3 เดิมพันที่ 500 และถ้าแพ้อีกในเกมที่ 4 ก็ให้เดิมพันที่ 800 ตามลำดับของอนุกรมฟิโบนัชชี่ที่ระบุไว้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะชนะ หากชนะ ให้ผู้เล่นถอยหลังไปสองตำแหน่ง เช่น หากชนะในรอบที่ 5 ที่เดิมพัน 1,300 ให้ถอยหลังกลับไปเดิมพันที่ 500 และหากชนะอีกให้ถอยหลังกลับไปเดิมพันที่ 200 เป็นต้น

เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
1200แพ้-200
2300แพ้-500
3500แพ้-1000
4800แพ้-1800
51300ชนะ-500
6500ชนะ0
7200ชนะ200

เช่นเดียวกับสูตรบาคาร่าลาบูเชียร์ แม้ว่าจำนวนครั้งที่ชนะเกมจะน้อยกว่าจำนวนที่แพ้ แต่สุดท้ายแล้วผู้เล่นก็จะยังเหลือกำไรอยู่ แต่จะเป็นลักษณะสะสมไปเรื่อย ๆ ไม่ก้าวกระโดดเหมือนสูตรบาคาร่ามาร์ติงเกล แนะนำสำหรับผู้ที่มีงบน้อยและไม่รีบทำกำไร

สูตรบาคาร่าลาบูเชียร์ (The Labouchere)

สูตรบาคาร่าลาบูเชียร์ (The Labouchere) เป็นอีกสูตรหนึ่งที่ได้รับความนิยมในหมู่นักพนันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่สูตรลาบูเชียร์จะมีความซับซ้อนขึ้นมาหน่อย เพราะต้องจำลำดับและบวกลบตัวเลขให้เป็นไปตามขั้นตอน สูตรนี้จะคล้ายกับสูตรมาร์ติงเกลและสูตรเดลองเบในแง่หลักการพื้นฐานของ Negative Progression ซึ่งก็คือการเพิ่มเงินเดิมพันทุกครั้งหลังจากแพ้เกม แต่จะไม่ใช่การนำเงินเดิมพันที่เสียไปกลับมาทั้งหมดจากการชนะเพียงครั้งเดียวเหมือนกับสูตรมาร์ติงเกล แต่จะค่อย ๆ นำเงินเดิมพันกลับมาและสร้างกำไรเป็นขั้นตอน สูตร Labouchère นั้นมีชื่อเรียกหลายแบบตามแต่ละพื้นที่ เช่น Split Martingale, Cancellation System และ American Progression

แต่เดิมสูตรลาบูเชียร์ถูกนำมาใช้กับเกมที่มีโอกาสของการแพ้ชนะเท่ากัน เช่น แดงหรือดำ หรือ คู่หรือคี่ รวมถึงสามารถใช้ได้กับเกมอื่น ๆ เช่น แบล็คแจ็ค บาคาร่า และกีฬา โดยวิธีนั้นผู้เล่นจะต้องกำหนดเลขอนุกรมชุดหนึ่งขึ้นมา เช่น 1-2-3 ในการเดิมพันแต่ละครั้ง จากนั้นให้เดิมพันด้วยจำนวนเงินเท่ากับผลบวกของเลขตัวแรกกับเลขตัวสุดท้ายของอนุกรม ซึ่งเลขจากอนุกรมที่กำหนดไว้คือ 1+3 = 4 ถ้าแพ้เกมบาคาร่าในรอบนี้ ก็ให้เติมตัวเลขที่เท่ากับเงินเดิมพันในเกมที่แพ้ต่อท้ายอนุกรม ซึ่งจะกลายเป็น 1-2-3-4  แต่ถ้าชนะให้ลบเลขตัวแรกและตัวสุดท้ายของอนุกรมที่ใช้งานไปแล้วออก กรณีนี้คือ 1 และ 3 จึงเหลือแค่ 2 เพียงตัวเดียว

เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น โปรดดูตัวอย่างการเดิมพันทั้งหมด 9 เกม โดยใช้สูตรลาบูเชียร์ด้วยเลขอนุกรม 1-2-3 ดังตารางต่อไปนี้

เงินเดิมพันผลการเดิมพันตัวเลขที่เพิ่ม-ลดเลขอนุกรมสุดท้าย
4 (1+3)แพ้เพิ่ม 41-2-3-4
5 (1+4)แพ้เพิ่ม 51-2-3-4-5
6 (1+5)ชนะลบ 1 กับ 52-3-4
6 (2+4)แพ้เพิ่ม 62-3-4-6
8 (2+6)แพ้เพิ่ม 82-3-4-6-8
10 (2+8)ชนะลบ 2 กับ 83-4-6
9 (3+6)ชนะลบ 3 กับ 64
4แพ้เพิ่ม 44-4
8 (4+4)ชนะลบ 4 กับ 4จบรอบ

จากตารางจะเห็นว่าจากการเดิมพันบาคาร่าทั้งหมด 9 เกมโดยใช้กลยุทธ์ลาบูเชียร์ ชนะทั้งหมด 4 เกม และแพ้ทั้งหมด 5 เกม หากนำเงิน 100 บาทไปแทนตัวเลขแต่ละหน่วยแล้ว ในเกมสุดท้ายที่จบรอบ ผู้เล่นจะได้กำไรมาทั้งหมด 600 บาท ซึ่งเห็นเลยว่าการได้กำไรนั้นไม่จำเป็นต้องชนะมากกว่าแพ้เสมอไป

สูตรมาร์ติงเกล (Martingale) เป็นสูตรบาคาร่าที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน โดยจะนำพื้นฐานของ Negative Progression มาใช้ นั่นก็คือ การเพิ่มเงินเดิมพันเท่าตัวทุกครั้งหลังจากแพ้เกม และวางเงินเดิมพันเท่ากับเกมแรกหลังจากชนะเกม การนำสูตรการเดินเงินนี้ไปใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านคณิตศาสตร์แน่น แค่ระดับพื้นฐานก็เพียงพอแล้ว

ตัวอย่างการใช้กลยุทธ์มาร์ติงเกลเมื่อเล่นเกมบาคาร่า ผู้เล่นจะต้องลงเงินเดิมพันด้วยจำนวนตั้งต้นที่กำหนดไว้ เช่น 100 บาท หากชนะเกมก็จะได้เงินกลับมาเพิ่ม 100 บาท หากแพ้เกมผู้เล่นจะต้องเพิ่มเงินเดิมพันเป็น 200 บาท และหากแพ้อีกก็ต้องลงเงินเดิมพันเป็น 400 บาท  ซึ่งเป็นหลักการง่าย ๆ ที่ผู้เล่นต้องเพิ่มเงินเป็นสองเท่าหากชนะ และเปลี่ยนไปวางเงินตั้งต้นตามที่กำหนดไว้เมื่อแพ้ เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น โปรดดูตามตารางต่อไปนี้

เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
1100แพ้-100
2200แพ้-300
3400แพ้-700
4800ชนะ100

ปัจจุบันมีผู้ใช้สูตรบาคาร่ามาร์ติงเกลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเปอร์เซ็นต์การได้เงินทุนและกำไรกลับคืนมาย่อมมีอยู่แล้ว ทำให้นักพนันจำนวนมากยอมเสี่ยงเพื่อช่วงชิงโอกาสในการทำกำไรเป็นกอบเป็นกำ อย่างไรก็ตาม สูตรนี้การันตีไม่ได้ว่าผู้เล่นจะได้รางวัลมหาศาลเสมอไป แต่กลับเป็นสูตรที่อันตราย แต่ถ้ากระเป๋าหนักชอบเสี่ยง ก็ไม่ว่ากัน

สูตรบาคาร่าเดลองเบ (D’Alembert) เป็นสูตรที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน แต่ได้รับความนิยมน้อยกว่าสูตรมาร์ติงเกล สูตรเดลองเบจะมีพื้นฐานเดียวกันกับสูตรมาร์ติงเกล นั่นก็คือการใช้หลักการของ Negative Progression ที่จะเพิ่มเงินเดิมพันหลังากแพ้เกมและเพิ่มเงินเดิมพันหลังจากชนะ แต่จะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งสูตรเดลองเบจะเป็นการเพิ่มเงินเดิมพันเป็นขั้นบันไดหากแพ้เกมและลดเงินเดิมพันเป็นขั้นบันไดหากชนะเกม ทำให้จำนวนเงินเดิมพันไม่สูงมากเหมือนกับมาร์ติงเกล

ตัวอย่างการเดิมพันโดยใช้สูตรเดลองเบ อันดับแรกผู้เล่นจะต้องกำหนดเงินตั้งต้นก่อน เช่น 100 บาท หลังจากแพ้เกม ผู้เล่นจะต้องเพิ่มเงินเดิมพันตามจำนวนเงินตั้งต้นที่กำหนดไว้ ยกตัวอย่าง หากเงินตั้งต้นคือ 100 จะต้องเพิ่มอีก 100 ในเกมต่อไปหลังจากแพ้ซึ่งก็คือ 200 หากเกมที่สองแพ้อีกเช่นเคย เกมที่สามก็ต้องเพิ่มอีก 100 ซึ่งก็คือ 300 ไปเรื่อย ๆ

เกมที่เงินเดิมพันผลเงินคงเหลือในบัญชี
1100แพ้-100
2200แพ้-300
3300ชนะ-100
4200ชนะ100

จะเห็นได้ว่าสูตรเดลองเบจะมีระดับการเพิ่มและลดเงินเดิมพันเป็นขั้นบันได ไม่ก้าวกระโดดเหมือนสูตรบาคาร่ามาร์ติงเกล เหมาะกับนักพนันที่ไม่ชอบเสี่ยง แต่ชอบค่อย ๆ ทำกำไรทีละน้อย แต่หากชนะบ่อย ๆ เงินรางวัลก็อาจแน่นกระเป๋าก็เป็นได้

กลยุทธ์การเดินเงินแบบ Progression เรียกว่าเป็นพื้นฐานของกลยุทธ์การเดินเงินอื่น ๆ เลยก็ว่าได้ ซึ่งจะมีวิธีการง่าย ๆ นั่นก็คือการเพิ่มลดจำนวนเงินเดิมพันในแต่ละเกม โดยกลยุทธ์ Progression นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่ Positive Progression และ Negative Progression

สูตรบาคาร่า Positive Progression

Positive Progression เป็นสูตรบาคาร่าที่ เพิ่มเงินเดิมพันหลังจากชนะเกม และลดเงินเดิมพันลงหลังจากแพ้เกม สูตรนี้เป็นสูตรที่ผู้เล่นจะไม่เสียเงินเดิมพันมากเท่าไหร่เหมือนกับสูตรบาคาร่า Negative Progression เพียงแต่ว่าจะได้กำไรกลับมาน้อยเท่านั้นเอง หากพูดให้เข้าใจง่าย ๆ สูตร Positive Progression นั้นจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรมากขึ้นตอนที่ดวงกำลังขึ้น และจะช่วยลดโอกาสการสูญเสียเงินจำนวนมากได้เมื่อแพ้เกม

ถ้าวิเคราะห์ดูแล้วจะเห็นว่าสูตรนี้ก็จะช่วยให็ผู้เล่นชนะรางวัลใหญ่ ๆ ได้หากชนะติดต่อกันหลายเกม และหากแพ้หลายเกมติดก็จะไม่กระทบเงินในบัญชีมาก ดังนั้นสูตรบาคาร่า Positive Progression จึงนับว่าเป็นสูตรที่ปลอดภัย เสมอตัว แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้กำไรเป็นกอบเป็นกำเท่าไหร่นัก

สูตรบาคาร่า Negative Progression

สูตร Negative Progression เป็นสูตรบาคาร่าที่ตรงกันข้ามกับ Positive Progression หลักการของสูตรการเดินเงินนี้คือ เพิ่มเงินเดิมพันหลังจากแพ้เกม และลดเงินเดิมพันลงหลังจากชนะเกม โดยสูตรนี้ผู้เล่นจะได้เงินรางวัลที่คุ้มทุนและคุ้มค่ากลับมาหากชนะเกม อย่างไรก็ตาม สูตรนี้ก็มีความหายนะซ่อนอยู่ หากผู้เล่นแพ้เกมติดต่อกันหลายครั้งติดต่อกัน และจะต้องเพิ่มเงินเดิมพันไปเรื่อย ๆ ด้วยเหตุนี้เองทำให้เงินในบัญชีของผู้เล่นอาจหายไปอย่างไม่รู้ตัว สูตรนี้จึงเป็นสูตรที่เหมาะกับคนกระเป๋าหนักและคนชอบเสี่ยง

© BACCARATC4. All Rights Reserved. Privacy Policy